Skip to content Skip to footer

นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

1. บทนำ

บริษัท บางกอก แอสเซท อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของบริษัทฯ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกรวมว่า “บริษัทฯ” ตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลอื่นอันเกี่ยวกับท่าน รวมเรียกว่า “ข้อมูล”

เพื่อให้ท่านสามารถเชื่อมั่นได้ว่า บริษัทฯ มีความโปร่งใสและความรับผิดชอบในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของท่านตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง บริษัทฯ จึงได้จัดทำนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ขึ้น เพื่อชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

2. ขอบเขตการบังคับใช้นโยบาย

นโยบายฉบับนี้ใช้บังคับกับข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลซึ่งมีความสัมพันธ์กับบริษัทฯ ในปัจจุบัน และอาจมีในอนาคต ซึ่งถูกประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยบริษัทฯ เจ้าหน้าที่ พนักงานตามสัญญา หน่วยธุรกิจ หรือหน่วยงานรูปแบบอื่นที่ดำเนินการโดยบริษัทฯ

รวมถึงคู่สัญญาหรือบุคคลภายนอกที่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแทนหรือในนามของบริษัทฯ ภายใต้ผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ ระบบแอปพลิเคชัน เอกสาร หรือบริการในรูปแบบอื่นที่ควบคุมดูแลโดยบริษัทฯ

บุคคลซึ่งมีความสัมพันธ์กับบริษัทฯ ตามความในวรรคแรก รวมถึง

  • ลูกค้าบุคคลธรรมดา
  • พนักงาน ผู้ปฏิบัติงาน หรือลูกจ้าง
  • คู่ค้าและผู้ให้บริการซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา
  • กรรมการ ผู้รับมอบอำนาจ ผู้แทน ตัวแทน ผู้ถือหุ้น ลูกจ้าง หรือบุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ในรูปแบบเดียวกันของนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับบริษัทฯ
  • ผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์หรือบริการของบริษัทฯ
  • ผู้เข้าชมหรือใช้งานเว็บไซต์ของบริษัทฯ รวมทั้งระบบ แอปพลิเคชัน อุปกรณ์ หรือช่องทางการสื่อสารอื่นซึ่งควบคุมดูแลโดยบริษัทฯ
  • บุคคลอื่นที่บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ผู้สมัครงาน ครอบครัวของเจ้าหน้าที่ ผู้ค้ำประกัน หรือผู้รับประโยชน์ในกรมธรรม์ประกันภัย

นอกจากนโยบายฉบับนี้แล้ว บริษัทฯ อาจกำหนดให้มีคำประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวสำหรับผลิตภัณฑ์หรือบริการเฉพาะ เพื่อชี้แจงให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงรายละเอียดเพิ่มเติมตามบริบทของผลิตภัณฑ์หรือบริการนั้น

3. คำนิยาม

  • ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดา ซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
  • ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว หมายถึง ข้อมูลตามที่กฎหมายกำหนด เช่น เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อทางศาสนา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดที่กฎหมายกำหนด
  • การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง การดำเนินการใด ๆ กับข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การเก็บรวบรวม บันทึก ใช้ เปิดเผย ส่งต่อ โอน แก้ไข ลบ หรือทำลายข้อมูล
  • เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย
  • ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
  • ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

4. แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม

บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมหรือได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งข้อมูลดังต่อไปนี้

  • ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง เช่น การสมัครสมาชิก การลงทะเบียน การสมัครงาน การลงนามในสัญญา การทำแบบสำรวจ หรือการติดต่อสื่อสารกับบริษัทฯ
  • ข้อมูลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวมจากการที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าใช้งานเว็บไซต์ ผลิตภัณฑ์ หรือบริการ เช่น การติดตามพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์ด้วยคุกกี้ หรือข้อมูลจากซอฟต์แวร์บนอุปกรณ์ของท่าน
  • ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ ได้รับจากแหล่งอื่นนอกจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยแหล่งข้อมูลดังกล่าวมีอำนาจหน้าที่ เหตุผลอันชอบด้วยกฎหมาย หรือได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว

ในกรณีที่ท่านเป็นผู้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลภายนอกแก่บริษัทฯ ท่านมีหน้าที่รับผิดชอบในการแจ้งรายละเอียดตามนโยบายฉบับนี้ให้บุคคลดังกล่าวทราบ และขอความยินยอมจากบุคคลนั้นหากเป็นกรณีที่ต้องได้รับความยินยอม

5. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ จะดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อน เว้นแต่กรณีที่กฎหมายกำหนดให้สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม เช่น

  • เพื่อปฏิบัติตามสัญญาหรือเพื่อความจำเป็นต่อการให้บริการ
  • เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพ
  • เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย
  • เพื่อประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ โดยคำนึงถึงสิทธิของเจ้าของข้อมูลเป็นสำคัญ
  • เพื่อการศึกษาวิจัย สถิติ หรือประโยชน์สาธารณะ ภายใต้มาตรการคุ้มครองที่เหมาะสม
  • เพื่อปฏิบัติภารกิจของรัฐ หรือการปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจรัฐที่บริษัทฯ ได้รับมอบหมาย

หากท่านปฏิเสธไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นต่อการปฏิบัติตามสัญญา การปฏิบัติตามกฎหมาย หรือการให้บริการ อาจมีผลทำให้บริษัทฯ ไม่สามารถดำเนินการหรือให้บริการตามที่ท่านร้องขอได้ทั้งหมดหรือบางส่วน

6. ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม

บริษัทฯ จะใช้วิธีการที่ชอบด้วยกฎหมายในการเก็บรวบรวมและเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล โดยจำกัดเพียงเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์การดำเนินงานของบริษัทฯ ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลดังต่อไปนี้

ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลรายละเอียดและตัวอย่าง
ข้อมูลเฉพาะตัวบุคคลเช่น ชื่อ-นามสกุล อายุ วันเกิด เพศ สัญชาติ เลขประจำตัวประชาชน เลขหนังสือเดินทาง ลายมือชื่อ สถานภาพสมรส ตำแหน่ง อาชีพ การศึกษา หรือเอกสารราชการอื่นที่สามารถระบุตัวตนได้
ข้อมูลสำหรับการติดต่อเช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล นามบัตร สถานที่ทำงาน หรือชื่อบัญชี Social Media
ข้อมูลรูปภาพเช่น ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวของตัวท่านหรือทรัพย์สินของท่าน ภาพจากกล้องวงจรปิด หรือภาพถ่ายเมื่อมีการเข้าใช้พื้นที่ของบริษัทฯ
ข้อมูลบัญชีผู้ใช้บริการบนแพลตฟอร์มเช่น ชื่อบัญชีผู้ใช้งาน Username รหัสผ่าน Password หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบัญชีผู้ใช้งาน
ข้อมูลเอกสารทางราชการเช่น สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาหนังสือเดินทาง สำเนาใบอนุญาตทำงาน สำเนาสูติบัตร สำเนาใบมรณบัตร สำเนาใบอนุญาตขับขี่ หรือเอกสารทางราชการอื่น
ข้อมูลทางการเงินเช่น เลขบัญชีธนาคาร สำเนาหน้าบัญชีธนาคาร เลขบัตรเครดิต ข้อมูลสินเชื่อ เงินเดือน รายได้ ภาษี รายละเอียดการชำระเงิน หรือข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ท่านซื้อ
ข้อมูลการศึกษาเช่น วุฒิการศึกษา ประวัติการศึกษา ใบรับรองผลการศึกษา Transcript หลักฐานการศึกษา หรือประกาศนียบัตร
ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่สามเช่น คู่สมรส บุตร บิดา มารดา บุคคลติดต่อกรณีฉุกเฉิน บุคคลอ้างอิง หรือผู้รับผลประโยชน์
ข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อสินค้าและบริการเช่น ประวัติการสั่งซื้อ ความสนใจในการซื้อสินค้าและบริการ หมายเลขการสั่งซื้อ หรือหมายเลขคำร้องขอ
ข้อมูลจากระบบอัตโนมัติหรืออุปกรณ์ต่าง ๆเช่น IP Address คุกกี้ ประวัติและพฤติกรรมการใช้บริการ เสียง ภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหว ช่องทางสนทนา หรือตำแหน่งที่ตั้ง
ข้อมูลจากการเป็นพนักงานเช่น รหัสพนักงาน บันทึกการเข้าออกงาน การทำงานล่วงเวลา การขาดลา ชื่อบัญชีผู้ใช้งาน ประวัติการใช้งาน ภาพจากกล้องวงจรปิด เงินเดือน และเงินเดือนที่คาดหวัง
ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานเช่น ตำแหน่งงาน ประสบการณ์ ทักษะ ประวัติการทำงาน CV หรือ Resume ผลประเมินการทำงาน การฝึกอบรม ใบอนุญาตต่าง ๆ อายุงาน วันเริ่มงาน และวันสิ้นสุดการทำงาน
ข้อมูลการใช้งานระบบสารสนเทศเช่น ข้อมูลการใช้งานคอมพิวเตอร์ ระบบงาน เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน อีเมล IP Address ระบบปฏิบัติการ เบราว์เซอร์ อุปกรณ์ และข้อมูลที่รวบรวมผ่านคุกกี้
ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความละเอียดอ่อนเช่น เชื้อชาติ ศาสนา ข้อมูลความพิการ ข้อมูลทางการแพทย์ ข้อมูลสุขภาพ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลชีวภาพ ลายนิ้วมือ หรือภาพจำลองใบหน้า

7. คุกกี้ (Cookie)

บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมและใช้คุกกี้ รวมถึงเทคโนโลยีอื่นในลักษณะเดียวกันในเว็บไซต์ที่อยู่ภายใต้ความดูแลของบริษัทฯ หรือบนอุปกรณ์ของท่านตามแต่บริการที่ท่านใช้งาน เพื่อการดำเนินการด้านความปลอดภัยในการให้บริการ และเพื่อให้ท่านได้รับความสะดวกและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานบริการของบริษัทฯ

ข้อมูลดังกล่าวอาจถูกนำไปใช้เพื่อปรับปรุงเว็บไซต์ของบริษัทฯ ให้ตรงกับความต้องการของท่านมากยิ่งขึ้น โดยท่านสามารถตั้งค่าหรือลบการใช้งานคุกกี้ได้ด้วยตนเองจากการตั้งค่าในเว็บเบราว์เซอร์ของท่าน

8. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์หลายประการ ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทของผลิตภัณฑ์ บริการ กิจกรรมที่ท่านใช้บริการ ตลอดจนลักษณะความสัมพันธ์ของท่านกับบริษัทฯ โดยวัตถุประสงค์โดยทั่วไป ได้แก่

  • เพื่อเข้าทำสัญญาหรือปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาที่เจ้าของข้อมูลเป็นคู่สัญญา
  • เพื่อตอบคำถาม ให้ความช่วยเหลือ และบริหารความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทฯ กับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
  • เพื่อให้บริการ พัฒนา และปรับปรุงสินค้า ผลิตภัณฑ์ และบริการของบริษัทฯ
  • เพื่อให้ข้อมูล แนะนำสินค้า บริการ สิทธิประโยชน์ หรือประชาสัมพันธ์ทางการตลาดตามที่ได้รับความยินยอม
  • เพื่อสำรวจความคิดเห็น วิเคราะห์ วิจัย และจัดทำข้อมูลทางสถิติ
  • เพื่อพัฒนา ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงสินค้า บริการ หรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
  • เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการงานหรือดำเนินงานภายในของบริษัทฯ
  • เพื่อตรวจสอบ กำกับดูแล จำกัดการเข้าถึงพื้นที่ควบคุม และรักษาความปลอดภัย
  • เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัทฯ
  • เพื่อให้ข้อมูลแก่หน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย
  • เพื่อดำเนินกิจกรรมทางบัญชี การเงิน ภาษี และหลักฐานการดำเนินธุรกรรมต่าง ๆ
  • เพื่อประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ เช่น การบันทึกเสียง การบันทึกภาพ หรือการส่งต่อข้อมูลภายในเครือบริษัทเพื่อการบริหารจัดการ
  • เพื่อใช้ในการสอบสวน ตรวจสอบมาตรฐานการทำงาน และปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ หรือระเบียบของบริษัทฯ
  • เพื่อตอบสนองต่อคำขอหรือความประสงค์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
  • เพื่อใช้ในการยืนยันตัวตนลูกค้า หรือระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในการเข้าถึงบริการ
  • เพื่อเยียวยา ป้องกัน หรือจำกัดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
  • เพื่อดำเนินการตามกระบวนการภายในของบริษัทฯ เช่น สวัสดิการของพนักงาน หรือสิทธิประโยชน์อื่น ๆ
  • เพื่อตอบสนองต่อคำขอจากหน่วยงานรัฐหรือรัฐบาลทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  • เพื่อจัดทำเอกสารหรือดำเนินการเกี่ยวกับการเดินทาง วีซ่า หรือข้อกำหนดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
  • เพื่อวัตถุประสงค์อื่นตามที่บริษัทฯ ได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน

9. การส่งต่อและเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ จะไม่เปิดเผยและส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังหน่วยงานภายนอก เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากท่าน หรือเป็นไปตามกรณีดังต่อไปนี้

  • เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ระบุในนโยบายฉบับนี้ บริษัทฯ อาจจำเป็นต้องเปิดเผยหรือแบ่งปันข้อมูลเฉพาะเท่าที่จำเป็นแก่คู่ค้า ผู้ให้บริการ หรือหน่วยงานภายนอก โดยบริษัทฯ จะจัดให้มีข้อตกลงเกี่ยวกับการประมวลผลหรือแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายกำหนด
  • บริษัทฯ อาจเปิดเผยหรือแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บริษัทในเครือ โดยจะเป็นการประมวลผลภายใต้วัตถุประสงค์ที่ระบุในนโยบายฉบับนี้เท่านั้น
  • กรณีกฎหมายหรือกระบวนการทางกฎหมายบังคับให้เปิดเผยข้อมูล หรือต้องเปิดเผยต่อเจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่รัฐ หรือหน่วยงานที่มีอำนาจตามคำสั่งหรือคำขอที่ชอบด้วยกฎหมาย

10. การถ่ายโอนหรือส่งต่อข้อมูลไปยังต่างประเทศ

บริษัทฯ อาจส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ โดยจะดำเนินการให้แน่ใจว่าประเทศปลายทางหรือหน่วยงานปลายทางมีมาตรฐานและนโยบายในการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวที่เพียงพอ หรือมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายกำหนด

11. ระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ในระยะเวลาเท่าที่ข้อมูลนั้นยังมีความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ตามรายละเอียดที่กำหนดไว้ในนโยบาย ประกาศ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เมื่อพ้นระยะเวลาและข้อมูลส่วนบุคคลของท่านสิ้นความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวแล้ว บริษัทฯ จะลบ ทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวตนได้ตามรูปแบบและมาตรฐานที่เหมาะสม

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีข้อพิพาท การใช้สิทธิ หรือคดีความที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิในการเก็บรักษาข้อมูลนั้นต่อไปเท่าที่จำเป็นตามกฎหมายหรือจนกว่าข้อพิพาทนั้นจะถึงที่สุด

12. การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ จะใช้มาตรการทางเทคนิคและการบริหารจัดการที่เหมาะสมเพื่อป้องกันและรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงการเข้ารหัสสำหรับการส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และการควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะผู้เกี่ยวข้อง ทั้งในรูปแบบเอกสารและอิเล็กทรอนิกส์

13. การเชื่อมต่อเว็บไซต์หรือบริการภายนอก

ผลิตภัณฑ์หรือบริการของบริษัทฯ อาจมีการเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์หรือบริการของบุคคลที่สาม ซึ่งเว็บไซต์หรือบริการดังกล่าวอาจมีนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่มีเนื้อหาแตกต่างจากนโยบายฉบับนี้

บริษัทฯ ขอแนะนำให้ท่านศึกษานโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเว็บไซต์หรือบริการของบุคคลที่สามก่อนการเข้าใช้งาน ทั้งนี้ บริษัทฯ ไม่มีอำนาจควบคุมและไม่รับผิดชอบต่อมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเว็บไซต์หรือบริการดังกล่าว

14. เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ ได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบ กำกับ ดูแล และให้คำแนะนำในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงประสานงานและให้ความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้สอดคล้องตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

15. สิทธิของท่านตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

ท่านสามารถขอใช้สิทธิต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนดได้ดังต่อไปนี้

  • สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม ท่านมีสิทธิถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิโดยกฎหมายหรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่าน
  • สิทธิในการขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่กรณีที่บริษัทฯ มีสิทธิปฏิเสธคำขอตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล
  • สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล ให้เป็นปัจจุบัน ถูกต้อง สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
  • สิทธิในการขอลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ เมื่อข้อมูลหมดความจำเป็น หรือเมื่อท่านถอนความยินยอม และบริษัทฯ ไม่มีฐานกฎหมายอื่นในการประมวลผลต่อไป
  • สิทธิในการขอรับหรือขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่ข้อมูลอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมืออัตโนมัติ
  • สิทธิในการคัดค้าน การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่กฎหมายกำหนด รวมถึงกรณีเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง
  • สิทธิในการขอระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่บริษัทฯ อยู่ระหว่างตรวจสอบคำขอแก้ไขข้อมูล หรือเมื่อข้อมูลหมดความจำเป็นแต่ท่านมีความจำเป็นต้องขอให้เก็บไว้เพื่อใช้สิทธิทางกฎหมาย
  • สิทธิในการร้องเรียน ต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญหรือหน่วยงานที่มีอำนาจ หากบริษัทฯ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

16. โทษของการไม่ปฏิบัติตามนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

การไม่ปฏิบัติตามนโยบายฉบับนี้อาจมีผลเป็นความผิดและถูกลงโทษทางวินัยตามกฎเกณฑ์ของบริษัทฯ สำหรับเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงาน หรือลูกจ้างของบริษัทฯ และสำหรับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล อาจมีผลตามข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงอาจได้รับโทษตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

17. การร้องเรียนต่อหน่วยงานผู้มีอำนาจกำกับดูแล

หากท่านพบว่าบริษัทฯ มิได้ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิร้องเรียนไปยังคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือหน่วยงานที่มีอำนาจกำกับดูแลตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ก่อนการร้องเรียนดังกล่าว บริษัทฯ ขอให้ท่านโปรดติดต่อมายังบริษัทฯ เพื่อให้บริษัทฯ มีโอกาสได้รับทราบข้อเท็จจริง ชี้แจงประเด็นต่าง ๆ และจัดการแก้ไขข้อกังวลของท่านก่อนในโอกาสแรก

18. การปรับปรุงแก้ไขนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ อาจพิจารณาปรับปรุง แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงนโยบายฉบับนี้ตามที่เห็นสมควร และจะแจ้งให้ท่านทราบผ่านช่องทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ โดยมีวันที่มีผลบังคับใช้ของแต่ละฉบับแก้ไขกำกับอยู่

บริษัทฯ ขอแนะนำให้ท่านตรวจสอบนโยบายฉบับใหม่อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะก่อนที่ท่านจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัทฯ การเข้าใช้งานผลิตภัณฑ์หรือบริการภายหลังการบังคับใช้นโยบายฉบับใหม่ ถือเป็นการรับทราบตามนโยบายฉบับใหม่นั้นแล้ว

19. การติดต่อสอบถามหรือใช้สิทธิ

หากท่านมีข้อสงสัย ข้อเสนอแนะ หรือข้อกังวลเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯ หรือประสงค์จะใช้สิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สามารถติดต่อได้ที่

บริษัท บางกอก แอสเซท อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO)

ชื่อ: นายชาญวิชย์ อริยาวรนันต์

ที่ตั้งสำนักงาน: เลขที่ 99 ซอยงามวงศ์วาน 47 แยก 42 (ชินเขต 2/40) แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210

โทรศัพท์: 02 494 9187

อีเมล: dpo@bangkokassets.com

เว็บไซต์: www.bangkokassets.com และ www.bangkokasset.co.th

โดยแจ้งข้อมูลดังต่อไปนี้ประกอบการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล